กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีต้นทานตะวันที่เหี่ยวเฉา ซึ่งไร้ผู้คนสนใจอยู่ต้นนึ่ง

แต่แล้วสายลมแห่งกาลเวลา ก็ได้พัดพาต้นทานตะวันนั้น ไปตกใต้ ต้นสักธรรมดาๆ ต้นหนึ่ง

ด้วยความดีที่ต้นสักมี ทำให้เขาหันมาดูแลเอาใจใส่ ต้นทานตะวัน นั้น จนมันยั่งรากลึกลงไปใต้ต้นสักธรรมดาต้นนั้น

และออกดอกสวยงามให้ผู้คนได้ชื่นชม แต่แล้วก็เหมือนสายลมแห่งกาลเวลา

ก็พัดพาต้น สักทองที่มีค่า มาให้ต้นทานตะวันรู้จัก ถึงแม้เป็นเวลาเพียงไม่นาน แต่ต้นสักทองก็สามารถรับรู้ถึงความจริงใจ

และหวังดีของต้นสักทองที่มีค่าได้ ถึง แม้ต้นสักทองต้นนั้น จะไม่เคยพูดให้ต้นทานตะวันมั้นใจเลยก็ตาม

แต่สิ่งที่ต้นทานตะวันได้เรียนรู้ คือการรักษาสัญญา เพราะครั้งที่ต้นทานตะวันไม่มีใครเอาใจใส่และคอยดูแล

ก็มีเพียงต้นสักธรรมดาเท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้าง ทั้งสองจึงสัญญาว่า จะคอยอยู่เคียงข้าง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ใน เวลาที่ร้อนต้นสักทองจะคอยเป็นร่มเงา ส่วนในเวลาเหงาทานตะวันจะคอยเป็นเพื่อน

จนกว่าทั้งสองจะกลายเป็นปุ๋ยให้แก่ดินดังเดิม ต้นทานตะวันก็หวังเพียงว่า ต้น สักทองที่มีค่าจะเข้าใจเธอ

เพราะการที่เราหยั่งรากลงไปที่ใดแล้ว การถอนรากขึ้นมา ก็คงเจ็บปวดไม่น้อยเหมือนกัน และการที่เรารู้จักที่จะ รักษาสัญญา

ก็คงทำให้ต้นทานตะวันมีค่า และแข็งแรงพอที่จะต้านทานกับแสงตะวันที่ร้อนแรงต่อไป ต้นทานตะวันรู้ว่า ต้นสักทองเป็นต้นไม้ที่มีค่า

เป็นที่พึ่งพา และพักพิง ของสัตว์น้อยใหญ่ในป่า และต้นทานตะวัน ยังรู้ว่าสักวัน สายลมแห่งกาลเวลา จะพัดพา

ต้นไม้สักต้นให้มาตกใต้ต้นสักทองที่มีค่าต้นนั้น เพื่อให้ต้นสักทองได้ดูแลตราบนานเท่านาน