รั้วกั้นใจ

รั้วกั้นใจ

เคยบ้างไหม ที่อยู่ดีๆ ใจเกิดอยากกินบะหมี่เจ้านั้น หรือ ส้มตำเจ้านี้ ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน เราก็ดั้นด้นไปหามารับประทานตามที่ใจอยากกันจนได้ ในชีวิตเราๆ ถูกกิเลสพาให้เราวิ่ง ๆ ๆ อย่างนี้ตลอดทั้งชีวิต แค่คิดอะไรขึ้นมาก็ต้องทำตามนั้น โดยที่ไม่ทันได้พิจารณาว่าเหมาะควรดีหรือไม่
แล้วถ้ามันไม่ใช่แค่เรื่องบะหมี่ชามเดียว หรือ ส้มตำจานเดียว แต่เป็นคนรัก ของรักของคนอื่น เงินทอง ข้าวของ ความร่ำรวยของคนอื่นล่ะ ถ้าเราไม่เฝ้าตามดูใจตัวเอง เมื่อเราเกิดอยากได้ แล้วทำตามที่เราอยาก เราก็อาจจะต้องไปแย่งแฟน หรือคนรักของคนอื่น หรือต้องไปเสี่ยง ไปโกงเขามา เพื่อให้มีอย่างที่อยากได้ หรืออยากเป็น โดนแค่อ้างกับตัวเองว่า ก็ทำไงได้มันรักไปแล้ว หรือเราก็มีสิทธิ์อยากได้ อยากมี อยากเป็น เหมือนคนอื่นเหมือนกัน
หมาหรือแมวที่เอามาเลี้ยงไว้ เรายังต้องฝึกให้ถ่ายเป็นที่เป็นทาง ฝึกให้ทำตัวดีๆ คนที่เริ่มงานก็ต้องฝึกงาน แต่ใจที่เราใช้อยู่ทุกวันไม่เคยถูกฝึก เราปล่อยใจเหมือนลูกหมาไม่มีเจ้าของ อยากทำอะไรก็ทำ แต่เมื่อเกิดทุกข์ขึ้นมา ก็จนปัญญาจะช่วยเหลือตัวเองได้

ชีวิตเรา รถยังไงต้องมีเบรก บ้านยังต้องมีรั้ว ใจทั้งใจเราไม่คิดติดเบรก กั้นรั้ว ให้ใจเราบ้างเลยหรือ การที่เราหมั่นสังเกตจิตใจตัวเอง เป็นการกั้นรั้ว ติดเบรกให้ใจตัวเองอย่างดีที่สุด

เรามักจะใช้ ตา หู จมูก ลิ้น ร่างกาย จิตใจในการหาเงิน เสพสุขจากสิ่งต่างๆ เพื่อให้ความเพลิดเพลินแก่ตัวเอง ในขณะที่ใช้ความรู้ที่เราเรียนมาหาเงิน หาของ หาวัตถุ หาใส่ตัวให้ได้มากที่สุด แต่มีบางสิ่งซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่เราไม่เคยเรียน ที่ทำให้การหาของเรา การเสพของเรา ไม่เคยพาเราไปสู่จุดหมายที่เป็นสุขอย่างยั่งยืน